เรื่องของแอร์


1
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 18 เม.ย. 2546 , 20:50:24 น. ]


ความคิดเห็นที่ 1


2
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 18 เม.ย. 2546 , 20:52:19 น.]


ความคิดเห็นที่ 2
วงจรการทำความเย็นของแอร์รถยนต์
วงจรการทำความเย็นของแอร์รถยนต์นั้น แบ่งออกได้เป็นสองส่วน คือส่วนความดันสูงและส่วนความดันต่ำ
ส่วนความดันสูงนับตั้งแต่คอมเพรสเซอร์ซึ่งหมุนด้วยแรงเครืองยนต์
ดูดสารทำความเย็น(น้ำยา)ที่มีสภาพเป็นก๊าซ มาอัดให้ปริมาตรเล็กลง
แล้วส่งผ่านไปยังคอล์ยร้อน(คอนเดนเซอร์) เพื่อระบายความร้อนที่เกิดจากการอัดออกไป
อุณหภูมิสารทำความเย็นเมื่อถูกอัดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 70 องศาเซลเซียส
เมื่อผ่านเข้าคอล์ยร้อน(คอนเดนเซอร์)แล้ว อุณหภูมิจะลดลงเหลือประมาณ 62 องศาเซลเซียส
ซึ่งสารทำความเย็น(น้ำยา)จะควบแน่นกลายเป็นของเหลวที่คอล์ยร้อน(คอนเดนเซอร์)นี้
สารทำความเย็นในสภาพของเหลวจะถูกส่งไปยังถังกรองและดูดความชื้น(ดรายเออร์รีซีฟเวอร์)
เพื่อกำจัดความชื้นและกรองสิ่งสกปรก หลังจากนั้นจะถูกส่งไปยังเอ็กซ์แพนชั่นวาว์ล
ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายของส่วนความดันสูง ที่เอ็กซ์แพนชั่นวาวล์นี้สารทำความเย็นในสภาพของเหลว
จะถูกปล่อยผ่านรูเล็กๆ ให้พุ่งออกไปยังส่วนความดันต่ำของวงจรแอร์
สารทำความเย็นจะพุ่งเป็นฝอยเหมือนสเปร์ยถูกฉีดออกจากกระป๋องระเหยกลายเป็นไอ
ส่วนที่รับไอของสารทำความเย็นในส่วนความดันต่ำนั้นก้คือคอล์เย็น(อีวาพอเรเตอร์)
ซึ่งที่นั้นจะมีอุณหภูมิ 3 องศาเซลเซียส และสารทำความเย็นที่กลายเป็นไอนี้
จะถูกคอมเพรสเซอร์ดูดกลับมาอัดและกลับเข้าวงจรทำความเย็นต่อไป

จะเห็นได้ว่าวงจรการทำความเย็นนี้ง่ายมาก แต่มันมักจะเสียให้เรารำคาญใจและรำคาญกระเป๋าตังบ่อย
ผมจึงจะลองอธิบายจากประสพการณ์ที่ต้องไปจ่ายเงินให้ช่างแอร์มามากมาย จนจับเคล็ดได้
จากรูปภาพท่านจะเห็นว่ามีอุปกรณ์อยู่หลายชิ้น แต่ที่สำคัญต่อกระเป๋าตังเรามีสามตัวเท่านั้น
คือหนึ่งคอมเพรสเซอร์ซึ่งมีราคาแพงมาก และช่างมักจะบอกว่าเสียบ่อยๆทั้งๆที่มันทนทายาด
คอมเพรสเซอร์เสียนี่ถือเป็นเรื่องซวยเอามากๆ เท่าที่ผมเห็นมารถร้อยคันจะมีคอมเพรสเซอร์เสียจริงๆ
ไม่เกินห้าคัน (เป็นการทำสถิติแบบมั่วๆนะครับ) โดยมากมันไม่เสียแต่จะโดนช่างหลอกว่าเสีย
เพราะได้ตังมากเวลาเปลี่ยนมัน ตัวที่สองก็คือเอ็กซ์แพนชั่นวาว์ล หรือช่างเขาเรียกเฉยๆว่าวาว์ล
ไอ้เจ้านี่แหละตัวดี มันเสียได้บ่อยมากจริงๆ และเป็นสาเหตุใหญ่ของแอร์ไม่เย็นดังจะฝอยในช่วงต่อไป
ตัวที่สามคือรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ ช่างจะเรียกดรายเออร์เฉยๆ ตัวนี้ไม่มีอะไรเสียกับชาวบ้านเขาหรอกครับ
มันเป็นใส้กรองและสารดูดความชื้นธรรมดา แต่เมื่อมีการถอดวงจรแอร์ออกมาไม่ว่าส่วนใด
ท่านก็ต้องเปลี่ยนมันด้วย เพราะมันจะหมดประสิทธิภาพการดูดความชื้นเมื่อเปิดออกสู่บรรยากาศปกติ
หากท่านไม่เปลี่ยนมันจะเป็นต้นเหตุทำให้เอ็กซ์แพนชั้นวาว์ลเสียได้

อาการสำคัญอันแรกของการเสียในระบบแอร์คือ มันไม่เย็น อาการไม่เย็นนี้จะแยกได้เป็นหลายลักษณะดังนี้
1.ไม่เย็นเลย 2. เย็นน้อย 3.เย็นแป๊บเดียวก็ร้อน
อาการที่หนึ่งนั้น สาเหตุใหญ่มาจากน้ำยาแอร์ไม่พอ ท่านจะสำรวจได้โดยมองที่กระจกช่องมองของดรายเออร์
ถ้าน้ำยาแอร์น้อยมันจะมีฟองจำนวนมากวิ่งผ่านกระจกให้เห็นชัดเจน กรณีที่มองแล้วไม่มีฟองสักเม็ดผ่าน
ทั้งที่ไม่ได้เติมน้ำยาแอร์มานานแล้ว พึงสันนิษฐานได้ว่าไม่มีน้ำยาในระบบ เนื่องจากรั่วไปหมดแล้ว
เพราะเนื่องจากถ้ามีน้ำยาอยู่มันก็ต้องมีฟองผ่านไปบ้างพอสมควร ช่างแอร์เขาจะไม่เติมน้ำยาแอร์จนเต็มถึงขนาด
ไม่มีฟองเหลือในระบบ และน้ำยาแอร์นี้จะรั่วออกไปได้เสมอๆ ดังนั้นมันต้องมีฟองอยู่บ้างเมื่อท่านมองครับ
ถ้าเห็นฟองมากมายก็ไปเติมน้ำยาแอร์ซะ แอร์มันจะเย็นขึ้นมาเอง แต่ถ้าเติมแล้วไม่กี่วันเป็นอีก นี่ก็ต้องมีอะไรรั่ว
แน่นอน ต้องให้ช่างแอร์เขาไล่หาที่รั่ว โดยมากการรั่วมักจะรั่วในด้านความดันสูง เพราะแรงดันน้ำยาแอร์ครับ
ดังนั้นจุดรั่วจะมีคราบน้ำมันคอมเพรสเซอร์ เป็นคราบเหมือนน้ำมันเครื่องเหนียวๆซึมออกมาประจานตามรอยต่อ
ที่รั่ว ต้องซ่อมที่จุดรั่วก่อนจึ่งจะแก้ไขส่วนอื่นต่อไป
สาเหตุที่สองนั้นคือคอล์ยเย็นตัน อันเนื่องมาจากมีความชื้นในระบบแอร์ อันนี้เกิดจากรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ไม่สามารถ
ดูดความชื้นไว้ได้ ความชื้นในระบบแอร์จะมากลายเป็นน้ำแข็งในคอล์ยเย็น อุดตันไม่ให้น้ำยาไหลสะดวก อาการนี้
บางครั้งจะเห็นลมเย็นที่พุ่งออกมาจากช่องลมแอร์เป็นควันขาว อาการนี้ต้องเปลี่ยรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ และแว็คคั่ม
หรือทำสูญญากาศในวงจรแอร์ก่อนเติมน้ำยาใหม่ครับ
อาการที่สองคือเย็นน้อย อาการนี้สาเหตุแรกมาจากน้ำยาไม่พอ ก็ต้องเติมครับ สาเหตุต่อไปก็คอล์เย็นตันสกปรก
อันนี้จะประกอบกับลมแอร์พัดเบาลง ทั้งที่มอร์เตอร์ก็หมุนดี อันนี้ต้องล้างตู้แอร์ ซึ่งปัจจุบัญสามารถล้างได้โดยไม่ต้องถอดตู้
แต่ถ้าถอดตู้ล้างจะสะอาดกว่าแต่ต้องเปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ใหม่ด้วยครับสาเหตุที่ต้องเปลี่ยนก็ว่ามาแล้ว
สาเหตุต่อไปก็คือระบายความร้อนไม่ดี อันนี้เกิดจากคอล์ยร้อนและพัดลมแอร์ สาเหตุนี้แมงหวี่เป็นกันได้มาก
คอล์ยร้อนอาจสกปรกมีฝุ่นผงเศษถุงพลาสติกใบไม้แมลงสารพัดไปจุกตามครีบระบายความร้อน ก็ทำความสะอาดซะ
ครีบเกบุบบู้บี้ เอาไม้เสียบลูกชิ้นค่อยๆบรรจงแซะจัดระเบียบสังคมมันใหม่ อย่าเอาไขควงเอาเหล็กไปทำนะครับ
หนักมือไปมันทะลุล่ะก็เรื่องใหญ่ ไม้เสียบลูกชิ้นนี้ดีที่สุด ถัดมาก็พัดลมแอร์ไม่หมุนหรือหมุนช้าลง อันนี้ต้องอาศัยฟังเสียง
ปกติมันเคยดังหึ่งๆ ต่อมาดังแหงวๆ ก็มีแปรงถ่านหมดมีอะไรเข้าไปขัด เศษผงในพัดลม ต้องถอดออกมาวิเคราะห์กัน
เรื่องพัดลมแอร์นี่มีเคล็ดอันหนึ่งต้องรีบเล่าไว้ก่อนที่จะลืม (คนแก่ขี้ลืม) ท่านเคยสังเกตุไหมว่าพัดลมแอร์นั้นมันจะหมุน
ตามคอมเพรสเซอร์ทำงาน ลองจอดรถติดเครื่องเปิดแอร์ดูนะครับ เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงาน พัดลมมันก็จะหมุน
พอคอมเพรสเซอร์ตัด พัดลมก็หยุดหมุน วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้แมงหวี่ของท่านเย็นขึ้นก็คือ แก้ไขการหมุนของพัดลมแอร์ซะใหม่
โดยต่อสายของมันกับวงจรสวิทช์กุญแจ กล่าวคือเมื่อเครื่องยนต์ทำงานพัดลมแอร์จะต้องทำงานด้วย ไม่ว่าท่านจะปิดแอร์
หรือไม่ก็ตาม สาเหตุหรือครับ ก็เมื่อท่านไม่เปิดแอร์ ลมจากพัดลมนี้จะไปช่วยไล่ความร้อนออกจากหม้อน้ำ และถ้าท่านเปิดแอร์
เวลาคอมเพรสเซอร์มันตัดแล้ว ใช่ว่าคอล์ยร้อนมันจะเย็นลงเลยเมื่อไหร่ มันก็ยังคงร้อนค้างคาอยู่ ก็ให้พัดลมแอร์มันไล่ความร้อนไปเรื่อยๆ
ถ้าคอล์ยร้อนเย็นลงแล้วลมนั้นก็ยังไปช่วยหม้อน้ำต่ออีก อันนี้หน้าร้อนจะช่วยท่านได้มากครับ สาเหตุที่สามของการเย็นน้อย
คือเอ็กซ์แพนชั่นวาว์ลเสียซึ่งจะสัมพันธ์กับอาการที่สามต่อไปนี้
อาการที่สามคือเย็นแป๊บเดียวแล้วร้อน ต้องปิดแอร์สักพักเปิดใหม่เย็นแป๊บเดียวอีก อาการนี้เริ่มต้นของอาการเอ็กซ์แพนชั่นวาว์ลเสีย
ช่างเรียกวาว์ลแตก ถ้าทนทู่ซี้ใช้ต่อไป มันจะแตกบริสุทธิ์แล้วไม่เย็นเลยกลายเป็นอาการที่หนึ่ง สาเหตุที่วาว์ลมันแตกนี้โดยมากมาจากความชื้น
ไม่ว่าท่านจะแว็คคั่มไล่ความชื้นในระบบแอร์และมีดรายเออร์ดักไว้แล้ว แต่ระบบแอร์มันมากด้วยข้อต่อครับ โดยเฉพาะทางด้านความดันต่ำ
เวลาคอมเพรสเซอร์ดูดไอน้ำยามาอัด ถ้าข้อต่อในด้านความดันต่ำรั่ว มันจะดูดอากาศภายนอกให้ซึมเข้ามาในระบบ พอดรายเออร์ดูด
ความชื้นจนเสื่อมสภาพ ความชื้นก็จะเพ่นพ่านในระบบ และไปกลายเป็นน้ำแข็งอุดตันที่เอ็กซแพนชั่นวาว์ลหรือคอล์ยเย็น
เมื่อไปตันที่เอ็กซ์แพนชั่นวาว์ลมันจะขยายตัวตามประสาน้ำแข็ง ดันช่องเล็กๆของวาว์ลให้ขยายถ่างโตขึ้น ช่างเรียกว่าแตกครับ
ลองนึกถึงรูที่กระป๋องสีเสปร์ย เวลาท่านฉีดพ่นมัน ถ้าสีมาอุดตันก็จะทำให้พ่นไม่ออก ถ้าท่านไปทะลวงรูให้มันบานมันก็จะไม่พุ่ง
แต่จะทะลักหยดแหมะๆออกมา วาว์ลแอร์ก็เหมือนกัน เมื่อมันแตกแล้วก็เสียครับต้องเปลี่ยน และอาการนี้ช่างมักต้มท่านว่าคอมเพรสเซอร์พัง
ระวังให้ดีนะครับ เปลี่ยนวาว์ล+ดรายเออร์+แว็คคั่ม+เติมน้ำยา ไม่ควรจะเกินพันห้า เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ ห้าพันขึ้นนะครับ
ถ้าวาว์ลแตกก็เอาอันใหม่ใส่เข้าไป เปลี่ยนดรายเออร์ แว็คคั่มระบบ (ทำให้ในระบบแอร์เป็นสูญญากาศ) และเติมน้ำยาใหม่
แอร์ก็จะกลับเย็นขึ้นมาได้ครับ
อาการสัพเพเหระยังมีอีก เช่นคลัชแอร์เสีย มันไม่ตัดไม่ต่อคอมเพรสเซอร์ อันนี้สังเกตุง่าย เสียงป๊อกแป็กเวลาคอมมันตัดต่อจะหายไป
มองคอมเพรสเซอร์ก็รู้ เพราะถ้ามันหมุนด้านหน้าคลัชจะหมุน ถ้าคลัชไม่ต่อด้านหน้าจะหยุดนิ่งๆ เรื่องคลัชเสียนี้ก่อนอื่นดูรีเลย์คลัชก่อนครับ
บางทีคลัชดีรีเลย์เสียก็มี ไม่ต่อไฟไปให้ รีเลย์คลัชก็อยู่แถวๆตัวรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ครับ ในฝากระโปรงโดยมากด้านคนนั่ง
อาการสายพานแอร์หย่อนลื่น อันนี้มีมากเหมือนกัน สายพานมันยืดหย่อนคอมเพรสเซอร์ก็หมุนไม่เต็มที่มีลื่นไถล มันหย่อนก็ทำให้มันตึงซะ
ถ้าร่องสายพานเปื้อนน้ำมันจาระบีก็ทำความสะอาดซะ สายพานเก่าแตกก็เปลี่ยนซะ
อาการลมไม่แรง อันนี้เป็นในรถที่คอล์ยเย็น ลมพัดออกมาไม่แรง อย่าพึ่งไปนึกว่ามันตันอย่างเดียว มีอาการตลกๆอีกอย่างหนึ่ง
คือน้ำท่วมในคอล์ยเย็น เนื่องมาจากท่อระบายน้ำตัน ปกติท่านจอดรถจะเห็นน้ำแอร์หยดออกมา นั่นมันมาจากคอล์เย็นครับ
มันควบแน่นน้ำในอากาศไว้ในตัว มีท่อระบายออกทิ้ง บางทีฝุ่นผงไปอุดตันท่อนี้ น้ำก็ไปท่วมอยู่ในคอล์ยเย็น ลมมันหมุนวน
ในคอล์ยเย็นไม่ได้ลมอั้น ผลคือลมไม่แรงทำให้นึกว่ามันตันซะแล้ว ดังนั้นหมั่นสังเกตุน้ำแอร์ที่หยดออกมาบ้าง ถ้าหายไปก็
ทะลวงท่อมันซะบ้างครับ
อาการเสียของแอร์ยังมีอีกนะครับ ตอนนี้นึกไม่ออก ท่านใดสงสัยก็ถามมา ถ้าผมรู้จะบอกให้ครับ ถ้าไม่รู้ก็จนใจ แหะๆๆๆ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 18 เม.ย. 2546 , 20:53:32 น.]


ความคิดเห็นที่ 3
ลืมบอกไป รูปที่ 1. เป็นวงจรแอร์ รูปที่2. เป็นเอ็กแพนชั่นวาว์ล ตัวที่ชอบเสียครับ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 18 เม.ย. 2546 , 21:18:24 น.]


ความคิดเห็นที่ 4
แอร์กี่ที่บ้านมันเสีย ซ่อมไงพี่ ขายทื้งก็ม่ายล่าย เซ็งจังนิ
โดยคุณ :๋๋JJ ขุนแผนผจญ เมีย(น้อย ) - - [ 19 เม.ย. 2546 , 17:50:36 น.]


ความคิดเห็นที่ 5
แอกี่ ขายไม่ได้ เพราะเป้นของคู่กับ แอไก้
ตราบใดที่แอไก้ยังอยู่แอกี่ก็ไม่ไปไหนครับ อิอิอิ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 19 เม.ย. 2546 , 20:13:01 น.]


ความคิดเห็นที่ 6
ขออนุญาติเอาลิงค์ไปตอบในรัชดาเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ
โดยคุณ :RED8439 - - [ 19 เม.ย. 2546 , 21:23:03 น.]


ความคิดเห็นที่ 7
ยินดีครับ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 20 เม.ย. 2546 , 20:12:29 น.]


ความคิดเห็นที่ 8
ขอรบกวนถามเรื่องแอร์รถยนต์ผมครับ ผมใช้รถ volk passat van เครื่อง 2000เจอปัญหาที่แปลกครับคือรถถ้าจอดอยู่เฉยๆแอร์จะเย็นเป็นปกติ แต่ถ้าขับออกไปสักครู่ ประมาณ 3-4 กิโล แอร์จะไม่เย็น พอจอดก็เย็นเป็นปกติอีก ควรจะให้ช่างเช็คที่จุดใดดีครับ หรือควรจะเข้าศูนย์ของvolkเลย อ้อ..รถรุ่นนี้ตังthermostatปรับได้ทั้งความเย็นและheaterครับ
โดยคุณ :spooky - - [ 20 เม.ย. 2546 , 20:50:05 น.]


ความคิดเห็นที่ 9
คุณเฒ่าคาริเบียน ให้ข้อมูลได้เคลียร์สุดๆเลยครับ ขอถามความรู้เพิ่มไว้กันเป็นหมูหน่อยนะครับ
1. ที่ช่างแอร์(บางคน)บอกว่าถ้าปล่อยให้น้ำยาแอร์รั่วออกหมดแล้วจะทำให้ compresser พังจริงหรือไม่ครับ
2. การล้างคอล์ยเย็นโดยไม่ต้องถอด console นั้นทำกันอย่างไรครับ และได้ผลดีจริงไหมครับ
3. ขอความรู้เรื่องน้ำยาแอร์ตัวเก่า-ตัวใหม่ด้วยครับ ไม่ทราบว่าแตกต่างกันอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ
โดยคุณ :หนูเล(a/c เกือบเย็น) - - [ 21 เม.ย. 2546 , 09:39:44 น.]


ความคิดเห็นที่ 10
ตอบคุณ spooky สรุปว่ารอบเครื่องนิ่งแอร์เย็น พอมีการเปลี่ยนแปลงรอบแอร์ไม่เย็น ลองดูสายพานก่อนเลยนะครับ มันหย่อนแตกเสียหรือเปล่า ถัดมาถ้าไม่ใช่ลองใหม่นะครับ จอดไว้นั่นแหละครับพอแอร์เย๋นดี ให้คนไปเหยียบคันเร่งไปมาเหมือนกำลังขับรถอยู่ หรือจะดึงสายคันเร่งก็ได้ครับ แล้วสั้งเกตุอาการสายพาน คลัช และดูน้ำยาที่วิ่งผ่านดรายเออ่ร์ น่าจะมีอะไรไม่ปกติสักอย่าง แล้วตอนที่ลองนั้นก็ดูในรถด้วยว่ามันหายเย็นอย่างเวลารถวิ่งไหม คัลชมันตัดๆต่อๆไหม คงจะเห็นอาการครับว่าอะไรมันรวน ส่วนเทอร์โมสตัทนั้น ถ้ามันทำงานผิดพลาดทำให้แอร์ร้อน นั่นก็คือมันตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์ครับ คอมไม่หมุน ลองดูอย่างที่ว่าน่าจะเห็นครับ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 21 เม.ย. 2546 , 20:31:42 น.]


ความคิดเห็นที่ 11
ตอบคุณหนูเล(a/c เกือบเย็น)
1. ไม่จริงครับ แต่การปล่อยน้ำยาออกนั้น ต้องใช้เกจแมกนิโฟล ซึ่งก็คืออุปกรณ์ที่มีสองหน้าปัด และมาสายยางไว้ต่อกับคอมเพรสเซอร์ ที่ช่างเขาใช้วัดคอมแอร์ใช้ต่อกับถังน้ำยาเวลาเติมน้ำยาแอร์นั่นแหละครับ ต้องใช้อุปกรณ์ตัวนั้นต่อกับคอมเพรสเซอร์ และค่อยๆผ่อนให้น้ำยาไหลออกช้าๆจนหมด ห้ามปล่อยพรวอเดียวโดยเด็ดขาด สาเหตุก็คือเวลาน้ำยาแอร์มันพุ่งออกมาจากคอมเพรสเซอร์ มันจะดูดความร้อนทำให้อุณหภูมิลงลงจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทีนี้อะไรต่อมิอะไรในคอมมันก็จะแข็งครับ ถ้าโชคร้ายไปเย็นจัดตรงซีลยาง ตรงลิ้น ตรงที่ไม่น่าเย็นมาก มันก็จะพังไงครับ ดังนั้นต้องค่อยๆปล่อยน้ำยาทิ้ง และอีกประการหนึ่งคือ ในระบบแอร์จะมีน้ำมันคอมเพรสเซอร์ปนอยู่ด้วย ปล่อยออกแรงๆน้ำมันพุ่งออกมาหมด ถ้าลืมเติมกลับไปคอมเพรสเซอร์ก็จะพ้งเวลาทำงานครับ
2. การล้างตู้แอร์โดยไม่ถอดนั้น ก็เอาท่อน้ำความดันสูงแหย่เข้าไปทางช่องลมออก แล้วเป่าน้าให้ดันคราบสกปรกหลุดออกทางด้สนหลัง และม่สายยางแวคคั่มดูดน้ำปนสิ่งสกปรกออกไปทิ้ง เรียกว่าสวนทางสกปรก เพราะคราบฝุ่นเหนี่ยวเส้นผมขยะในรถมันจะโดนพัดลมเย็นดูดเข้าไปอัดไว้หลังคอล์ยเย็น เราก็เอาน้ำเป่าสวนทางมันให้หลุด ได้ผลดีครับแต่ไม่เท่าถอดคอล์ยเย็นออกมาล้าง แต่ถ้าคำนวนแล้วล้างแบบนี้ก็ดีไปแบบหนึ่ง เพราะแอร์นั้นถอดเข้าถอดออกบ่อยๆมันก็พังครับ ล้างแบบไม่ถอดตู้ไม่มีอะไรต้องถอด เว้นแต่หน้ากากแอร์และน็อตสองสามตัวเอง
3.น้ำยาแอร์ตัวเก่ามีผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมเพราะมีสาร CFC ตัวใหม่ไม่มีครับ และตัวใหม่มาใหม่ซิงๆยังแพงอยู่ ทั้งน้ำยาและอุปกรณ์ประกอบ แต่นานไปก็คงถูกลงครับ เมื่อฝรั่งกินค่าหัวคิวค่าแรงคิดไปอิ่มหนำแล้ว
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 21 เม.ย. 2546 , 20:41:48 น.]


ความคิดเห็นที่ 12
ถาม เฒ่าคาร์ริเบี้ยน ครับ ของผมมีน้ำอยู่ใน cover พอเปิดพัดลมปุ๊บมันจะพัดน้ำที่ขังอยู่ใน cover ออกมาและจะหยดลงมาที่เท้าซ้ายตำแหน่งคลัชท์ เนื้องจากผมดูที่ท่อ drain แล้วทุกท่อก็ไม่ตัน ช่วยแนะนำด้วยครับ ด่วน เพิ่งเป็นมาประมาณ 1 สัปดาห์ครับ ตั้งแต่ใช้มายังไม่เคยพบลักษณะนี้เลยครับ ส่วนเรื่องความเย็นของผมเย็นมากปกติจะเปิดพแอร์อยู่ระดับ 1 เทานั้นเองเนื่องจากถ้าเปิด ระดับ 3 นะ เย็นจนมือสั่นเลย
โดยคุณ :ณ. - - [ 22 เม.ย. 2546 , 01:03:43 น.]


ความคิดเห็นที่ 13
ถ้ามันรั่วในระบบมันจะไม่แข็งตัวจากความเย็นที่ระบายออกเพราะไม่กะทันหันเกินไป แต่สิ่งหนึ่งที่มันจะนำพาไปกับน้ำยาแอร์ที่ระเหยคือน้ำมันคอมเพรสเซอร์ ยิ่งถูกอบด้วยความร้อนในห้องเครื่องจะยิ่งขยายตัวดันออกมากขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายจะมีน้ำยาแอร์น้อยมากๆในส่วนที่ตกค้างอยู่ ทำให้แอร์ไม่เย็น และที่สำคัญน้ำมันหล่อคอมฯก็จะแห้งทิ้งคราบเหนียวๆไว้ทำให้คอมฯน๊อคได้ตามภาษาช่าง ครับ
และบริเวณที่มักจะมีปัญหาการรั่วมากที่สุดจะมีอยู่สองจุดคือ ตรงข้อต่อระหว่างท่อแอร์กับตัวแผงคอยล์ร้อน และที่ตรงคอนเน็คติ้งที่คอมฯครับ ส่วนตรงอื่นๆก็มีบ้าง ผมเองก็เคยมีปัญหาเรื่องน้ำขังเหมือนกันดูตรงสายหาไม่เจอแต่ช่างแอร์ไปเจอมันตันตรงตัวสามทางข้อต่อที่จะใส่ท่อระบายน้ำทิ้ง มีเศษขยะเข้าไปอุดอยู่ได้อย่างไรไม่รู้ ต้องขออภัยท่านเฒ่าคาริบเบี้ยนที่เสียมารยาทแทรกเข้ามาน๊ะครับ
โดยคุณ :worakorn - - [ 22 เม.ย. 2546 , 10:19:56 น.]


ความคิดเห็นที่ 14
exuse me no problem บ่เป็นหยั่ง ดอก คุณ warakorn
ตรง tree-way ผมก็ดูแล้วนะflex ผมก็ดูแล้ว มัน บ่ตันเลย งง!
โดยคุณ :ณ. - - [ 22 เม.ย. 2546 , 15:11:22 น.]


ความคิดเห็นที่ 15
ฮ่ะๆๆๆๆ ถ้ายังงั้นผมก็จนปัญญาน๊ะครับ คุณ ณ. เพราะของนังถุงเงินผมเป็นตรง T-way สงสัยต้องรอท่านผู้เฒ่าฯมาช่วยแล้วล่ะครับ ฮิๆ เออ ! แต่ละคันก็มีปัญหากันแปลกๆต่างกันไปน๊ะ
โดยคุณ :worakorn (คนรักซูซูกิ) - - [ 22 เม.ย. 2546 , 15:45:09 น.]


ความคิดเห็นที่ 16
ยินดีมากครับคุณวรกรที่มาช่วยกันตอบ ผมเองไมใช่ช่างครับ เอาประสพการณ์มาช่วยไกัน มีอะไรผิดพลาดก็ติติงได้เลยครับ จะได้เพิ่มความรู้ขึ้น
สำหรับกรณีที่ว่าไม่มีอะไรตันแต่มีน้ำหยดนั้น ต้องขอถามว่าท่อไม่ตันแต่รูทางออกของน้ำที่ตู้ตันหรือเปล่า??? ลองเอาไม้กวาดทางมะพร้าวเด็ดมาสักหนึ่งก้านแยงดูนะครับ มันอาจตันตรงรูทางออกนั่นแหละ น้ำมันเลยไม่ออกมา ดูได้อีกอย่างคือน้ำมันหยดหรือไม่เวลาจอดรถ ถ้ามันไม่หยดก็ต้องตันครับ มีอีกอาการที่เคยพบคือ ทางออกของน้ำคือท่อที่ติดกับตู้นั้น มันไม่ได้อยู่ตำแหน่งต่ำสุดอย่างแท้จริง รูท่อที่ไว้เสียบสายยางนั้นมันดันสูงกว่าก้นตู้ตรงใบพัดลม อันนี้เกิดจากการติดตั้ง หรือจากการที่ตู้แอร์ออกแบบมาไม่ดีในบางรุ่น ทำให้น้ำลงไปขังใต้ใบพัดลมได้ครับ ต้องหาทางต่อท่อใหม่ในกรณีนี้ สามก็คือแผงคอล์ยเย็นเริ่มตันแล้ว น้ำมันไม่หยดลงไปก้นตู้ แต่ไหลเรื่อยไปลงบนใบพัด ใบพัดลมก็ดีดน้ำกระจายออกมา อันนี้ต้องล้างตู้ครับ ถ้าพเนจากสามประการนี้ สงสัยผีหลอกครับผมจนปัญญา อิอิอิ
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 22 เม.ย. 2546 , 20:17:21 น.]


ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณมากครับ คุณ เฒ่าคาร์ริเบี้ยน ผมว่า น่าจะเป็น คอล์ยเย็นตันอย่างที่ว่านะ เพราะว่า ตั้งแต่นานนมสมัยกาลโน้นเท่าที่จำได้นะ ไม่เคยล้างเลย ใช่มากเลยครับ เรามองข้ามไป เพราะว่าในห้องนอนของผมเมื่อวานนี้พอดีว่างๆไม่รู้จะทำอะไรตอนกลางวัน ผมก็เลยมาล้างคอล์ยเย็นเหมือนกัน ตอนนี้เย็นฉ่ำเลยครับเมื่อคืนเลยนอนหลับสบายใจโก๋เลย อีกครั้งครับ ขอขอบคุณมากครับที่เสียเวลาลงมาตอบคำถาม เส้นผมบังภูเขาจริงๆ
โดยคุณ :ณ. - - [ 23 เม.ย. 2546 , 09:32:34 น.]


ความคิดเห็นที่ 18
โดยคุณ :worakorn - - [ 23 เม.ย. 2546 , 11:59:52 น.]


ความคิดเห็นที่ 19
ตรง เอ็กแพนชั่นวาวล์ เนี้ย เปลียนเป็น Capture (ท่อรูเข็ม)
แบบที่ใช้ในตู้เย็น หรือ แอร์บ้านไม่ได้หรือครับจะได้ไม่แพง
โดยคุณ :เด็กใหม่ - - [ 23 เม.ย. 2546 , 14:37:49 น.]


ความคิดเห็นที่ 20
เปลี่ยนไม่ได้หรอกครับเท่าที่เคยถามผู้รู้มา
เนื่องจากความดันในส่วนความดันสูงของแอร์รถมันไม่คงที่เหมือนแอร์บ้าน เนื่องจากคอมแอร์บ้านหมุนรอบคงที่ คอมแอร์รถหมุนตามรอบเครื่อง ดังนั้วเอ็กซ์แพนชั่นวาว์ลออกแบบมาให้รับภาระส่วนนี้ด้วยครับ แล้วที่จริงนั้น มันไม่ได้แพงนะครับ ราคาขายส่งเท่าที่ถามมาตัวละร้อยกว่านิดๆ แต่ตอนมาถึงร้านซ่อมแอร์แล้วมันบวกหลายอย่าง อีกทั้งเวลาเปลียนหมายถึงต้องอัดน้ำยาใหม่ทั้งระบบ ต้องเปลี่ยนดรายเออร์ด้วย มันหลายอย่างครับเลยแพง
โดยคุณ :เฒ่าคาริเบียน - - [ 23 เม.ย. 2546 , 20:07:55 น.]


ไม่พบข้อความของท่าน หรือ เรียกดูข้อมูลล่าสุด คลิกที่นี่

ผลัดกันถาม ช่วยกันตอบ คำถาม SUZUKI 4x4