![]() |
การขับขี่ข้ามแม่น้ำ เคล็ดลับที่
1 |
![]() |
เคล็ดลับที่ 3 ศึกษาสภาพของท้องน้ำก่อนจะข้าม แม่น้ำที่มีอัตราการไหลค่อนข้างช้ามักจะมีท้องน้ำลักษณะที่เป็นโคลนเลนอ่อนนิ่มและค่อนข้างลึก ทำให้ไม่สามารถขับขี่ผ่านไปได้โดยง่าย ซึ่งจะแตกต่าง กับแม่น้ำที่ไหลแรงมักจะมีท้องน้ำที่แน่นและแข็งกว่าเนื่องจากกระแสน้ำที่แรงได้ช่วยพัดพาเอาตะกอนออกไปจากก้นแม่น้ำ ทำให้สามารถขับขี่ผ่านแม่น้ำที่มีลักษณะแบบนี้ไปได้โดยง่าย. เคล็ดลับที่ 4 พึงระวังไว้เสมอว่า การขับขี่ในน้ำลึกๆจะทำให้บางส่วนของรถลอยขึ้น ซึ่งจะมีลดประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของรถทำให้ยากหรือไม่สามารถที่จะปีนขึ้น ฝั่งที่เป็นโคลนเลนหรือหินชันในอีกฟากหนึ่งได้ ในกรณีนี้ท่านอาจจะต้องเปิดประตูรถให้น้ำเขามาภายในเพื่อลดการลอยตัวของรถและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน และผ่านอุปสรรคต่างๆ จนสามารถขึ้นฝั่งอีกฟากหนึ่งได้ (แต่ต้องแน่ใจว่าท่านได้นำเสื้อผ้าชุดใหม่มาไว้เปลี่ยนด้วยนะ;). |
![]() |
เคล็ดลับที่ 5 ในกรณีฉุกเฉิน หากท่านจำเป็นต้องขับถอยหลังข้ามน้ำที่มีความลึกนั้น ให้ขับ(ถอยหลัง)ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยไม่ต้องผ่อนคันเร่ง การทำเช่นนี้จะเพิ่มโอกาสให้ท่านข้ามน้ำไปได้สูงขึ้นเนื่องจากส่วนหลังของรถแหวกกระแสน้ำจนเป็นช่อง และช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ได้ ***แต่ท่านจะต้องแน่ใจก่อนว่าพื้นที่ก้นแม่น้ำนั้นแน่น ไม่มีท่อนซุง หรือหินก้อนใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรคให้รถติดได้ และต้องแน่ใจด้วยว่ามุมประชิดและมุมจากของรถท่านมากพอ ที่จะพาท่านขึ้นฝั่งตรงข้ามได้อย่างไม่ติดขัด*** |
![]() |
|